[EINT] Prologue

posted on 11 Aug 2014 02:31 by kietz-cat in EINT

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 

 

ผู้ร่วมการวิจัยทดลองหมายเลข 66015 กลุ่ม ARIADNE

 

นางสาว รสรินทร์  นราปภาวี (โรส, ไม่ต้องเรียกคนสวยบ่อยๆ ก็ได้ เขิน)

 

 

--------------------------------

 

 

อย่างไรก็ดี....

 

เหตุการณ์นี้เกิดหลังจาก Prologue(จิ้มเบาๆ) ของ มัลลิกา

 

เพื่ออรรสรสในการรับชมที่ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านตามลำดับ มัลลิกา > รสรินทร์

 

 

--------------------------------

 

 

 

 

 

 “จะไม่ทิ้งกันเด็ดขาด”

 

 


.

 

.

 

.

 

PROLOGUE

 

.

 

.

 

.

 

 

 

     “แดกแม่ง แดกแม่ง” นี่คือคำผรุสวาทหนึ่งเดียวจากปากของเจ๊แว่นหัวฟูๆ (หรืออีกนัยหนึ่ง - รสรินทร์) ที่นั่งอยู่ในคลินิก มือกำลังปาดนิ้วรัวหน้าจอมือถืออย่างเมามัน --- ไม่ว่านั่นจะเป็นเกมคุกกิ้งอาม่าก็ตาม

 

        สาวน้อยในชุดสีพาสเทลเดินมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ข้างๆ หลังจากที่คนอื่นในคลินิกดูจะพยายามเว้นระยะห่างเก้าอี้ไปถึงสามแถว เจ๊แว่นที่เพิ่งรู้สึกตัวว่ามีคนมานั่งด้วยก็เงยขึ้นมองยิ้มๆ แต่พอเห็นน้องสาวสุดที่รัก เจ๊ถึงกับชะงักไปพักใหญ่

 

        มัลลิกาที่มักจะทำหน้าเฉยเมยเวลามาหาหมอ ตอนนี้แววตากำลังเป็นประกายระยิบระยับ

 

        หล่อนยัดมือถือเข้ากระเป๋าเป้อย่างลวกๆ “น้องจ๋าตรวจเสร็จแล้วเหรอ หมอว่าไงมั่ง”

 

        “ก็ดีนะ..” ได้ยินแบบนั้นพี่สาวคนโตก็พยักหน้ารับ .. คำตอบเหมือนทุกที แต่วันนี้ต้องมีอะไรแน่

 

        สิ่งที่ทำให้รสรินทร์ประหลาดใจคือมัลลิกาดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ ..นานมาแล้วที่เธอไม่เห็นน้องสาวเป็นแบบนี้ นับตั้งแต่ที่พ่อเคยสัญญาว่าจะพาไปดิสนั่นแลนด์ตอน 12 ขวบ --- ถึงสุดท้ายแล้วจะไม่ได้ไปจริงๆ ก็เถอะ

 

        เรื่องนั้นปล่อยมันไว้ก่อน รสรินทร์ควักท่าไม้ตายก้นกรุขึ้นมา แน่ล่ะ เธอยังไม่อยากทำลายวันดีๆ ของน้องสุดที่รักด้วยการไล่สอบปากคำว่าเกิดอะไรขึ้น ใครมาจีบน้องเดี๊ยนรึเปล่า!!

 

        “น้องมะลิ วันนี้ไปกินเค้กไอติมกันมั้ย พี่จ๋าอยากกิน” พร้อมขยำๆ มือประกอบ มัลลิกายิ้ม รอยยิ้มกระชากใจซิสค่อนทำดาเมจติดคริติคอลไปได้หมื่นห้า รสรินทร์กระอักลมปราณเล็กน้อย

 

        “อื้อ เสร็จแล้วไปคาเฟต์แมวด้วย” มัลลิกาสำทับ ใจพี่จ๋าร่วงไปอยู่ที่กระเป๋าสตางค์

  

 

 

  

  

 

        เมื่อเหตุการณ์มาถึงช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ชีวิตเดินมาถึงทางตัน พี่สาวดีเด่นรางวัลซิสค่อนทองคำเงยหน้าขึ้นทำมุม 45 องศา เงินเม้มเงินส่วยที่เคยสั่งสมมานานบัดนี้ถึงคราสั่นคลอนด้วยทัพพม่ารามัญยกพลมาชิดค่าย

 

        ด้วยใจเด็ดเดี่ยวดุจพญาราชสีห์ รสรินทร์จึงตอบอย่างอาจหาญว่า!!

 

        “จ้ะ.. ไปก็ไป”

 

 

--------------------------------

 

 

        เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วปานละครทีวีช่องหลากสี มัลลิกาขับรถอีโค่คาร์คันน้อยมาถึงคอนโด มีพี่สาวคนดีนั่งกอดเป้ไว้แน่น ใบเสร็จที่ร่องนิ้วชี้ข้างซ้ายสั่นไหวไปมาตามแรงแอร์พัด ..หรือเพราะมือคนถือกำลังสั่นเป็นเจ้าเข้าก็ไม่แน่ใจนัก

 

        “แล้วน้องจ๋าว่าจะไปที่บริษัทวันไหนลูก..” ถามอย่างนอบน้อมเช่นคนขับรถไม่เป็นที่ดี

 

        รถคันเล็กเลี้ยวเข้าจอดเรียบร้อยก็ดับเครื่อง “ไม่รู้ เค้าต้องดูก่อน” น้องมะลิตอบโมโนโทน ดูไม่ยินดียินร้ายเท่าไหร่

 

        “....” พี่สาวคิดในใจสามม้วนสี่สิบแปดตลบ ครั้นจะใช้แผนเดิมพาไปเลี้ยงก็เกรงว่าสุขภาพเงินทองจะถึงขั้นติดตัวแดง ชีวิตจะหาไม่ภายในครึ่งเดือนนี้

 

        หลังจากตะล่อมด้วยเค้กสองชิ้นและขนแมวติดกระเป๋าจำนวนอนันต์ ในที่สุดรสรินทร์ก็รู้ว่ามัลลิกาน้องรักเตรียมจะไปเข้าโครงการบำบัดทุกข์คืนความสุขเพื่อเธอประชาชน˜ สานฝันรักษาโรคประจำตัวที่ต่อให้ตีลังกาดูยังไงน้องเธอก็ต้องไม่ปฏิเสธ

 

        แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่รู้อะไรเลยนอกจากปากคำของผู้ต้องสงสัย คุณหมอผู้มีดีกรีความน่าเชื่อถือ LV:9999 ก็ดูจะซื้อใจมิตรรักแฟนเพลงไปได้หมดแล้ว เหลือก็แต่ไปที่บริษัทแล้วเซ็นต์สัญญา เวลานี้อะไรต่อมิอะไรก็ดูจะหอมหวานไปซะหมด

 

        --- นั่นทำให้หล่อนรู้สึกว่ามันไม่ชอบมาพากลสุดๆ ของฟรีย่อมไม่มีในยุทธภพ

 

        ไอ้โครงการปันน้ำใจช้างยิ้มอะไรนั่นต้องจ้องจะหลอกน้องสาวสุดที่รักของหล่อนแน่ จะให้พูดจูงใจมัลลิกาไม่ให้เข้าร่วมสำหรับตอนนี้คงแทบเป็นไปไม่ได้ ..แต่เรื่องอะไรที่นักเลงเก่าท้ายซอยอย่างเจ๊โรสจะยอม

 

        “น้องมะลิ” รสรินทร์ตัดสินใจแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเลือกจะเสี่ยง “วันเสาร์นี้ไปกันนะ พี่จะไปถามเรื่องคอร์สแก้ปวดหลังด้วย”

 

        เอาวะ ป่วยการเมืองก็ป่วยล่ะงานนี้! 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
--------------------------------------------------------
 
 
สรุปใน 10 วินาที : รสรินทร์ลงชื่อเป็นผู้เข้าร่วมฯเพราะน้องสาวลง คิดว่าเป็นโครงการบำบัดพิเศษ เป็นห่วง เลยตามมาดูแล
 
 
ช่วง 'ก่อนเข้าร่วม' มีแค่นี้ค่ะ.. ไม่ว่าวันที่มัลลิกาไปคลีนิคคือวันไหนในสัปดาห์ก็ตาม รุ่งขึ้นและวันต่อๆมาทุกอย่างก็จะเป็นปกติ ใช้ชีวิตตามปกติ เพราะสองพี่น้องมีข้อมูลและความเกี่ยวข้องกับโครงการอยู่แค่นี้
 
อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับไกเออร์จะเริ่มต้นขึ้นหลังวันที่ไปสัมภาษณ์ค่ะ นับเป็นช่วงหลังจากที่หลวมตัวเป็นผู้เข้าร่วมฯแล้วนั่นเอง
 

Comment

Comment:

Tweet

400 คะแนน

#1 By Exteen Intersomnia on 2014-08-21 21:35